Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 10/8

ชเวยองรู้สึกได้ว่าอึนซูพูดกับตนอย่างตัดรอน จึงเดินกลับมาหาแล้วถามอึนซูว่าทำไมอยู่ๆ ถึงพูดอย่างงี้ อึนซูตอบว่าต่อไปนี้คุณจะจัดการเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเอง ชเวยองถามอย่างคาดคั้นว่า จัดการเรื่องอะไร อึนซูตอบด้วยความมั่นใจว่า คุณมีไม้เด็ดที่จะนำมาใช้ต่อรองกับคีชอล คุณลองทดสอบกับเขาดูแล้ววันนี้และดูเหมือนว่าไอเดียนี้จะใช้ได้ผล เพราะคุณมีอะไรบางอย่างที่คีชอลต้องการ ชเวยองฟังแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ อึนซูยังคงกล่าวต่อไปว่า ถ้าหากคุณต่อรองดีๆ ก็อาจได้สมุดบันทึกกลับคืนมา ชเวยองถามว่าสิ่งที่คีชอลต้องการคืออะไรแตอึนซูไม่ยอมบอก ชเวยองจึงถามเสียงเข้มว่า มันคืออะไรกันแน่ อึนซูรู้ว่าชเวยองไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ จึงตอบว่า เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์…คุณรู้เรื่องราวในอดีต ส่วนคีชอลอยากรู้อนาคต ชเวยองถามด้วยความวิตกว่า คุณจะยอมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้คนอย่างคีชอลฟังจริงหรือ อึนซูตอบว่าคุณจะบอกในสิ่งที่คีชอลอยากได้ยิน เพราะถึงยังไงคีชอลก็ไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่าเรื่องไหนจริงหรือเท็จ (อึนซูไม่รู้สึกตัวว่าคุณโกหกไม่เก่ง) ชเวยองถอนใจเป็นครั้งที่ห้าร้อยแล้วเตือนอึนซูว่า คุณยังไม่รู้ว่าคีชอลเป็นคนแบบไหน อึนซูจึงรีบตัดบทว่า “ที่ชั้นอยากบอกนายก็คือ ต่อไปนี้นายไม่ต้องคอยเป็นไม่สบายใจเรื่องชั้นอีกต่อไป ชั้นจะหาทางกลับโลกของชั้นด้วยตัวเอง ชั้นก็แค่อยากบอกลานายก่อนเผื่อว่าชั้นจะไม่ได้เจอนายอีก ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และขอโทษสำหรับทุกสิ่ง รวมทั้ง….ถ้าเป็นได้อย่าต่อสู้ อย่าเจ็บตัวอีก เมื่อถึงเวลากินก็ต้องกิน” อึนซูก้มศีรษะคำนับชเวยองจากใจ ชเวยองได้แต่นั่งน้ำตาคลอและเดินออกจากห้องไปเงียบๆ โดยไม่รอให้อึนซูเงยศีรษะขึ้น หลังออกจากห้องอึนซูแล้ว ชเวยองก็คว้าคอต็อกมานแล้วขู่ว่า ถ้าปล่อยให้อึนซูออกจากวังอีกที เขาจะไม่ไว้ชีวิตต็อกมาน ขณะเดินผ่านห้องยา ชเวยองรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนซุ่มอยู่บนหลังคาของสำนักหมอหลวง เขาจึงหยุดเดินและเงยหน้ามองด้วยสงสัย ชอน Continue Reading

เรื่องย่อ นักสู้คู่บัลลังก์ (Warrior Baek Dong Soo)

กำกับ: คิม ฮงซอน, ลี ฮยอนชิก, ลี เมียงอู เขียนบท: ควอน ซังยู แนวละคร: ย้อนยุค, โรแมนติก, ระทึกขวัญ จำนวนตอน: 29 ออกอากาศ: เกาหลี – 4 กรกฎาคม 2554 – 10 ตุลาคม 2554 ทางเอสบีเอส ไทย – ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 8.30 น.เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2557 ทางช่อง 7 สี (ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการออกอากาศ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 น.ทางช่อง 3 แฟมิลี่ (ช่อง 13) ภายใต้ชื่อเรื่อง “จอมดาบคู่บัลลังก์” Continue Reading

เรื่องย่อ เพ็กห้วยเกี้ยม เทพบุตรงูทอง (Sword Stained with Royal Blood)

ผู้ประพันธ์: กิมย้ง ผู้กำกับ: หลี่ฮั่นเทา, เจ้าเจี้ยน แนวละคร: ย้อนยุค, กำลังภายใน, โรแมนติก จำนวนตอน: 30 ออกอากาศ: จีน – ออกอากาศนัดแรก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 ทางซีทีวี (ไต้หวัน) ส่วนเมืองจีนเริ่มออกอากาศวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550 ทางฉีหลู่ทีวี ไทย – ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00-15.00 น. ทางช่องโมโนทีวี ออกอากาศ 11 ธันวาคม 2557 – 21 มกราคม 2558 (ช่อง 3 เคยนำมาฉายในชื่อ “กระบี่มังกรคะนองเลือด” ออกอากาศระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2553 – Continue Reading

เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng)

เรื่องย่อ ชายหนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) กำกับ: คิม วอนซอก เขียนบท: ชอง ยุนจอง แนวละคร: ดราม่า จำนวนตอน: 20 ออกอากาศ: เกาหลี – วันที่ 17 ตุลาคม 2557 – 20 ธันวาคม 2557 ทางทีวีเอ็น ไทย – ทุกวันพุธ-ศุกร์ เวลา 21.15- 22.45 น. ทางพีพีทีวี เริ่มตอนแรก 28 ตุลาคม 2558 – 10 ธันวาคม 2558 ละคร “ชายหนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng)” ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อ “Misaeng” เป็นผลงานสร้างสรรค์ของนักเขียนการ์ตูน “ยูน แทโฮ” ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่บนเว็บพอร์ทัล Continue Reading

เรื่องย่อ โปเยโปโลเย 2003 (Eternity: A Chinese Ghost Story) ตอนที่ 11

ในที่สุดเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนก็ตัดสินใจแต่งงาน หนิงไฉ่เฉิงได้แต่ทำใจยอมรับความขมขื่น ปล่อยให้หญิงที่ตนรักแต่งงานกับคนอื่น ขณะที่เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกำลังจะแต่งงานกับจอมมารม๋อจินชีเย่นั่นเอง จูเก่อหลิวหยุนและหงเย่ก็ปรากฏตัวขึ้นแม้ว่ารักแท้จะยังไม่เกิดขึ้นกับคนทั้งสอง แต่ทั้งสองก็มีความผูกพันกันแนบแน่น หงเย่เสี่ยงตายจนทำให้จอมมารม๋อจินชีเย่ได้รับบาดเจ็บสาหัส นึกไม่ถึงว่าทันใดนั้นเองก็เกิดปรากฏการณ์ดาวสองดวงพุ่งชนกันพอดีทำให้พลังของจอมมารม๋อจินชีเย่เพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ ทุกคนรู้ดีว่าโลกจึงควรถึงกาลอวสานในไม่ช้านี้แล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังอับจนหนทางนั่นเอง นึกไม่ถึงว่าเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนตัดสินใจฆ่าตัวตาย ชีวิตของนางจะช่วยสลายความแค้นของจอมมารม๋อจินชีเย่ลงได้ การตายของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนทำให้จอมมารม๋อจินชีเย่ได้สติขึ้นมา แต่น่าเสียดายที่พลังมารในตัวของจอมมารม๋อจินชีเย่ยังไม่สูญสลายไป จอมมารม๋อจินชีเย่รู้ดีว่าหากปล่อยไว้เกรงว่าจะไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นจึงขอร้องให้หนิงไฉ่เฉิงฆ่าตน เพื่อให้ส่วนรวมแล้วหนิงไฉ่เฉิงไม่มีทางเลือกจึงจำต้องปลิดชีวิตจอมมารม๋อจินชีเย่ด้วยความจำใจ ที่ตายก็ตายไปสงสารก็แต่เพียงความเศร้ายังคงอยู่กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ หนิงไฉ่เฉิงไม่เพียงฆ่าพี่น้องด้วยมือตนเองซ้ำร้ายยังต้องสูญเสียหญิงคนรักไปอีกด้วย ทุกคนดูเหมือนสูญเสียชีวิตและวิญญาณไปเลยทีเดียว หนิงไฉ่เฉิงตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าถ้าหากได้พบกับเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนอีกที ตนต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกเจ็ดชาติก็ยินดี เยี่ยนชื่อเสียตื้นตันใจในรักแท้ที่หนิงไฉ่เฉิงมีต่อเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน จึงตัดสินใจช่วยหนิงไฉ่เฉิงนำวิญญาณของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกลับคืนมา ทำให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกรอบ แต่นึกไม่ถึงว่าเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกลับสูญเสียความทรงจำที่มีต่อหนิงไฉ่เฉิงไปจนหมดสิ้น แม้แต่ความรักที่มีค่อหนิงไฉ่เฉิงก็สูญสิ้นไปหมด แต่หนิงไฉ่เฉิงก็ไม่ท้อแท้ หนิงไฉ่เฉิงเชื่อว่าความรักและความจริงใจที่มี เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะทำให้รักแท้ของตนและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนบังเกิดขึ้นมาอีกที

เรื่องย่อ วุ่นรักวิญญาณหลอน (Let’s Fight Ghost) ตอนที่ 2

บงพัลและฮยอนจีเห็น “ชเว ชอนซัง” กับ “คิม อินรัง” (รุ่นพี่ปี 3 ที่มหาวิทยาลัยของบงพัล เป็นประธานและรองประธานชมรมล่าผี ซึ่งนำกล้องมาล่าผีที่โรงเรียนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว) กำลังวิ่งหนีผีสาวมาทางพวกตนจึงร้องลั่นและพากันวิ่งหนี  ทั้งสามชายหนุ่มต่างวิ่งเข้าไปในลิฟต์ แต่ผีก็ยังเอามือโผล่เผ่านาบีบคอบงพัลถึงในลิฟต์ บงพัลจึงชกหน้าผีจนล้มคว่ำ หลังจากนั้นผีสาวก็กลายร่างเป็นผีผู้ชาย  ในขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดบงพัลเห็นผีตนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วหันกลับไปมองฮยอนจี (ซึ่งแอบหลบอยู่ทางด้านหลังด้วยสีหน้าวิตกกังวล) จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ พอรู้ว่าผีตนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเคยเป็นพวกโรคจิตที่ชอบแต่งตัวเป็นหญิง  ซ้ำยังชอบแอบดูผู้เรียนหญิงเข้าห้องน้ำ แถมยังบ้ากาม บงพัลก็รีบกลับไปช่วยฮยอนจี ในตอนนั้นฮยอนจีกำลังกลายเป็นข้างเพลี่ยงพล้ำเพราะสู้แรงผีบ้ากามไม่ได้ โชคดีที่บงพัลถือดาบเผ่านาขัดจังหวะได้ทันเวลา แต่โชคร้ายก็คือบงพัลไม่รู้ว่าจะปราบผีตนนี้ยังไง ซ้ำยังสู้ผีไม่ได้เลยถูกผีบีบคอและกำลังจะถูกจับทุ่ม ฮยอนจีเลยต้องออกจากที่ซ่อนเพื่อให้มาช่วยบงพัลด้วยการเตะผ่าหมากผีจากทางด้านหลัง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันต่อสู้ผีร้ายแต่กลับโดนอัดจนน่วมไปตามๆ กัน ฮยอนจีเห็นจุดตายของผีตนดังกล่าวข้างต้นจึงบอกให้บงพัลใช้ดาบฟันเข้าที่หลังศีรษะของผีร้าย (ก่อนเป็นผีเขาเสียหลักล้มหงายหลังในห้องน้ำขณะปีนดูเด็กนักเรียนหญิง ทำให้ศีรษะกระแทกอ่างล้างมือเสียชีวิต) พอถูกดาบฟันเข้าที่จุดตายผีตนดังที่กล่าวมาข้างต้นจึงร่างสลายเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันสีดำก่อนจางหายไป พอรู้ว่าลูกค้าที่เรียกตนมาปราบผีคือวิญญาณสาวที่อยู่ตรงหน้า บงพัลก็ทั้งโกรธและผิดหวังที่โดนผีหลอก (ให้มาปราบผี) หลังได้รับคำแนะนำจากเพื่อให้นผีรุ่นพี่ “โอ คยองจา” ที่บอกให้เอาปากไปกระแทกซ้ำ ณ จุดเดิมเพื่อให้เรียกความทรงจำกลับคืนมา ฮยอนจีจึงไปหาบงพัลที่มหาวิทยาลัยและคอยตามติดตลอดเวลาเพื่อให้หาโอกาสจูบเขาอีกที ตอนแรกบงพัลไม่ยอมแต่พอรู้เหตุผลของฮยอนจีและโดนตื๊อหนักเข้า เขาจึงเป็นข้างจูบคุณ หลังจากนั้นก็ขอให้คุณช่วยปราบผีเพื่อให้เป็นการทดแทนและชดใช้ความผิดที่คุณเคยหลอกให้เขาไปช่วยปราบผี แต่การโดนจูบคราวนี้กลับไม่มีผลต่อความทรงจำของฮยอนจี คยองจาจึงแนะให้ฮยอนจีตามติดบงพัลเหมือนเป็นเงาตามตัว และให้เขาช่วยติวสอบเผ่านหาวิทยาลัยให้ Continue Reading

เรื่องย่อ รักทะลุมิติ (Love Weaves Through a Millennium) ตอนที่ 7

ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างคร่ำเคร่งอยู่กับการท่องบทระหว่างรอเรียกตัว เซียงเซียงกลับใช้เวลาในการแต่งหน้าทาปาก วอร์มเสียงและวอร์มอัพร่างกาย เมื่อยังคงรู้สึกประหม่าคุณจึงดื่มเบียร์จนหมดกระป๋องพลางปลุกขวัญและให้กำลังใจตัวเอง หลังถูกเรียกให้เข้าไปในห้องออดิชั่น ผู้กำกับ “หยางเยวี๋ยน” ถามว่าเซียงเซียงเคยเป็นนักร้องมาก่อนหรือ (ดูจากประวัติส่วนตัว) เซียงเซียงกล่าวว่าคุณเคยเป็นนักร้องสองปี ก่อนผันตัวมาเป็นผู้แสดง เมื่อผู้กำกับหยางคอมเมนท์ว่าเซียงเซียงไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านการแสดง เพราะที่ผ่านมาคุณเป็นแค่ตัวประกอบเล็กๆ และเคยถ่ายหนังโฆษณาครั้งหนึ่ง เซียงเซียงจึงแย้งว่าถึงแม้จะเป็นตัวประกอบเล็กๆ แต่คุณก็ตั้งมั่นเต็มกำลังและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้พัฒนาความสามารถของตน อย่างน้อยๆ ความถนัดทางการแสดงของคุณก็ไม่ได้อ่อนด้อย ผู้ตัดสินคนหนึ่งรู้สึกเบื่อที่ต้องนั่งดูการออดิชั่นซ้ำๆ ในบทเดิมมาตลอดทั้งวัน จึงขอให้เซียงเซียงร้องเพลงให้ฟังแทนเพื่อให้เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ เซียงเซียงจึงร้องเพลงสากลให้ทุกคนฟัง (เพลง Like A Star ของ Corinne Bailey Rae – แต่เวอร์ชั่นที่ออกอากาศในไทยเปลี่ยนเป็นเพลงจีนแทน) เสียงร้องของคุณทำให้ผู้ตัดสินทุกคนถึงกับตะลึง ขณะที่อวี๋เฟยซึ่งยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงกับหลงใหลและมองเซียงเซียงอย่างชื่นชมพลางนึกถึงช่วงเวลาอันแสนหวานเมื่อครั้งที่เคยคบกัน ผู้กำกับหยางฟังเซียงเซียงครวญเพลงแล้วถึงกับซึ้งจนต่อมน้ำตาแตก เขาลุกขึ้นปรบมือให้อย่างชื่นชมและบอกให้เซียงเซียงลองสวมบทสวี่ฮองเฮา (ตามสคริปต์) ให้พวกตนดู แต่อวี๋เฟยกลับเสนอให้เซียงเซียงเล่นสดนอกสคริปต์ เพื่อให้ที่ผู้ตัดสินจะได้เห็นพรสวรรค์และความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงของคุณ เหล่าผู้ตัดสินได้ยินดังนั้นจึงต่างพากันเห็นด้วย ผู้ตัดสินคนหนึ่งมองว่าไหนๆ อวี๋เฟยก็รับบทจักรพัตราธิราชฮั่นเฉิงในละครเรื่องนี้ จึงขอให้อวี๋เฟยเป็นคู่แสดง (พอรู้ว่าอวี๋เฟยเล่นหนังเรื่องนี้ด้วย เซียงเซียงก็รู้สึกตกอกตกใจ) หลังถูกอวี๋เฟยหยามว่ามัวแต่ตื่นเวทีจนเล่นไม่ออก เซียงเซียงก็ฮึดสู้และสวมบทสวี่ฮองเฮาโดยนำความรู้สึกจริงที่มีต่ออวี๋เฟยมาใช้ในการแสดง Continue Reading

เรื่องย่อ บูเช็คเทียน (The Empress of China) ตอนที่ 2

ละครเปิดฉากขึ้นในปีแรกของรัชศกเสินหลง (ปี ค.ศ. 705 หรือ พ.ศ. 1248 ซึ่งเป็นปีที่พระนางบูเช็คเทียนสวรรคต) องค์ชายหลี่เสี่ยน* (องค์รัชผู้สืบสกุล) ถูกอัครมหาเสนาบดี “จางเจี่ยนจือ” และเหล่าขุนนางบีบให้ร่วมมือทำรัฐประหารพระนางบูเช็คเทียน โดยเริ่มจากการฆ่าสองพี่น้องตระกูลจาง (จางอี้จือและจางชางจง – ทั้งคู่เป็นขุนนางและคนรักใหม่ของพระนางบูเช็คเทียนจึงเรืองอำนาจในราชสำนักเพิ่มมากขึ้น) ก่อนปิดล้อมตำหนักฉางเซิงเตี้ยนอันเป็นที่ประทับของพระนางบูเช็คเทียน เพื่อให้บีบให้พระนางบูเช็คเทียนสละราชสมบัติและมอบพระราชบัลลังก์คืนให้แก่องค์ชายหลี่เสี่ยนซึ่งเป็นเจ้าของเดิม (เดิมบัลลังก์เป็นของคนสกุลหลี่ซึ่งเป็นสายเลือดของราชวงศ์ถัง และองค์ชายหลี่เสี่ยนก็เคยขึ้นครองบัลลังก์ตรงเวลาสั้นๆ) ครั้นเมื่อเผชิญหน้ากับพระราชมารดา องค์ชายหลี่เสี่ยนกลับเกรงกลัวพระบารมีจึงรีบเผ่นออกจากตำหนัก อัครมหาเสนาบดีจางและพวกเห็นดังนั้นจึงหมดหวังและยอมจำนนแต่โดยดี ถึงกระนั้นพระนางบูเช็คเทียนก็ไม่คิดลงโทษผู้ใด เพราะความจริงแล้วพระองค์เองก็ตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะคืนบัลลังก์ให้แก่คนสกุลหลี่และเฝ้ารอวันนี้มานาน ในที่สุดพระองค์ก็สละราชสมบัติและมอบบัลลังก์ให้แก่องค์ชายหลี่เสี่ยน ทำให้ราชวงศ์ (อู่) โจวที่ทรงก่อตั้งมานาน 14 ปีสิ้นสุดลง ขณะที่ราชวงศ์ถังได้ถูกสถาปนาขึ้นใหม่อีกรอบ * “องค์ชายหลี่เสี่ยน” (หลี่เจ๋อ) หรือ “พระราชาธิราชถังจงจง” เป็นพระโอรสองค์ที่ 3 ในพระราชาธิราชถังเกาจงกับพระนางบูเช็คเทียน และเป็นจักรพัตราธิราชองค์ที่ 4 ของราชวงศ์ถัง เคยขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาเป็นระยะเวลาสั้นๆ (3 มกราคม – 26 กุมภาพันธ์) Continue Reading

เรื่องย่อ สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา (Signal) ตอนที่ 7

แฮยองถามซูฮยอนว่าคุณจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่ตนพูดเหมือนตำรวจสืบสวนคนอื่นๆ หรือ เมื่อถูกแฮยองกดดันมากเข้าซูฮยอนจึงถามกลับว่า เขารู้หรือเปล่าว่าทำไมคดีค้างเก่าที่ยังปิดไม่ลงถึงเลวร้ายสุดๆ คุณชี้ว่าถ้าหากเรารู้ว่าอาชญากรเป็นใครและอะไรคือแรงจูงใจของพวกเขา เราก็จะรู้ว่าทำไมคนในครอบครัวของเราถึงโดนฆ่าและมันเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้จะทำใจได้ยากแต่เรายังพอฝังมันเอาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจได้ แต่สำหรับคดีค้างเก่าที่ยังปิดไม่ลง เราไม่รู้เลยว่าคนที่เรารักตายยังไงและทำไมถึงตาย ทำให้รู้สึกคาใจ แต่ละวันที่ผ่านไปจึงเหมือนตกอยู่ในนรก แฮยองถามว่าในเมื่อเป็นอย่างงี้แล้วคุณยังคิดที่จะนิ่งดูดายอีกหรือ (ในตอนนั้น ผอ.คิมยื่นผลการชันสูตรให้แม่ของยุนจองพลางบอกต่อหน้านักข่าวว่า หลังก่อเหตุแล้วคนร้ายทนรับแรงกดดันไม่ไหวเลยชิงฆ่าตัวตาย แม่ยุนจองได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเข่าทรุดและร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวดใจ เพราะตลอด 15 ปีที่ผ่านมาคุณสู้อุตส่าห์อดทนรอวันที่คนร้ายจะถูกตำรวจนำตัวมาลงโทษ) ซูฮยอนแย้งว่าคุณจะจับคนร้ายตัวจริงให้ได้ต่างหาก แฮยองอาสาช่วยคุณอีกแรงเพราะรู้ว่าคุณไม่อาจทำได้โดยลำพัง แต่ซูฮยอนยังคงการันตีคำเดิมว่าเขาไม่เหมาะที่จะเป็นตำรวจ เมื่อซูฮยอนเดินลงไปที่ชั้นล่างก็ถูกทัพนักข่าวรุมสัมภาษณ์เรื่องโครงกระดูกของฮยองจุน แต่คุณปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แฮยองได้ยินนักข่าวคนหนึ่งถามซูฮยอนว่าฮยองจุนฆ่าตัวตายจริงหรือ เขาเลยชิงตอบว่าฮยองจุนไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกคนร้ายที่ลักพาตัวยุนจองฆ่า เหล่านักข่าวและช่างภาพได้ยินดังนั้นจึงพากันกรูเข้าไปหาแฮยอง ซูฮยอนบอกให้แฮยองหุบปากแต่ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เขาบอกนักข่าวว่าตนเป็นคนพบโครงกระดูกของฮยองจุนที่โรงพยาบาลจิตเวชซอนอิล สภาพโครงกระดูกถูกตัดนิ้วหัวแม่มือ ฆาตกรที่ฆ่ายุนจองและฮยองจุนเคยเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลจิตเวชซอนอิลเมื่อ 15 ปีก่อน ตอนนี้คุณอายุ 30 กลางๆ สูงราว 165 ซ.ม. และมีความชำนาญในการใช้มีดผ่าตัด หลังจากนั้นแฮยองก็ประกาศสงครามกับคนร้ายผ่านสื่อโดยบอกว่า คุณหลบหนีความผิดมานาน 15 ปีแต่คราวนี้หนีไม่รอดแน่ เพราะตอนนี้เขามีหลักฐานที่สามารถเอาผิดคุณได้ หลังโดนซูฮยอนตำหนิและลากตัวออกมาจากกลุ่มนักข่าว แฮยองจึงสวนกลับว่าคุณเป็นคนบอกเองว่าจะจับคนร้ายให้ได้ไม่ใช่หรือ เขาชี้ว่านี่เป็นทางเดียวและเป็นโอกาสสุดท้าย เพราะพวกตนเหลือเวลาอีกแค่ Continue Reading

เรื่องย่อ ฮวารัง อัศวินพิทักษ์ชิลลา (Hwarang: The Poet Warrior Youth) ตอนที่ 9

ในที่สุดอาโรก็เดินโซเซมาถึงบ้านจนได้ คุณยังไม่ทันเข้าไปในบ้านก็ทิ้งตัวลงบนแคร่ (ซึ่งตากสมุนไพรเอาไว้) เสียก่อน ภายในบ้าน “คิม อันจี” หรือ “อันจีกง” (ใต้เท้าอันจี) (พ่อของอาโรและลูกชายที่พลัดพรากนามว่า “คิม ซอนอู” เขาเป็นคนชนชั้นชินกล (True Bone) แต่ถูกบีบให้ตกระกำลำบาก ถึงกระนั้นเขาก็เป็นหมอที่ช่วยรักษาคนเจ็บป่วยฟรี) กำลังช่วยรักษาบาดแผลให้ชายเร่ร่อน ชายเร่ร่อนรู้สึกซาบซึ้งใจที่อันจีช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ตนมาโดยตลอด (เขาเป็นคนไร้บ้านจึงมักถูกผู้คนข่มเหงรังแก) เมื่ออันจีถามถึงเด็กชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายคนดังที่กล่าวมาข้างต้นตอบว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่คนที่อันจีกำลังตามหาอีกตามเคย อันจีพยายามซ่อนความรู้สึกผิดหวัง (ซ้ำแล้วซ้ำเล่า) เอาไว้ภายใน ชายเร่ร่อนจึงปลอบว่าอันจีพลิกแผ่นดินหาเด็กคนนั้นมาตลอด 10 ปี เชื่อว่าสักวันเขาต้องหาเจอแน่ๆ ซัมเมกจง (หรือ “พระเจ้าจินฮึง” พระราชาองค์ที่ 24 แห่งอาณาจักรชิลลา) ซึ่งสวมเครื่องทรงสีแดง เดินเข้าไปในท้องพระโรงอันว่างเปล่าตามลำพังในยามค่ำคืน สายตาของเขาจับจ้องไปที่บัลลังก์ตลอดเวลา ขณะหยุดยืนหน้าบัลลังก์เขาได้ยินเสียงจีโซแทฮูร้องถามจากทางด้านหลังว่า “เจ้ามาที่นี่ทำไม” จึงหันกลับไปเผชิญหน้าพระมารดา หลังจากนั้นภาพก็ตัดกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อ 11 ปีก่อนซึ่งตรงกับปีที่ 27 ในรัชสมัยพระเจ้าพอบฮึง (อดีตพระราชา) นางในคนหนึ่งรีบวิ่งมาแจ้งข่าวองค์หญิงจีโซ (จีโซแทฮูในขณะนั้น) Continue Reading